วันนี้มาพร้อมกับอาการป่วยอีกแล้ว เฮ้อ...ป่วยบ่อยจนเหมือนเป็นญาติสนิทกันแล้วเนี่ย เบื่อๆๆๆ
ครั้งนี้ป่วยเป็นไข้หวัด ก็ไปหาหมอมาแล้วเมื่อวาน หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดและให้พักผ่อนดูอาการ 2 วัน
ก่อนไปผึ้งก็กังวลนะว่าเราไม่ได้อาการหนัก ไปหาหมอนี่มันจะมองเราอย่างดูถูกอีกมั๊ย
จะคิดว่าเรามาหาหมอเพราะอยากได้ใบรับรองแพทย์เหมือนครั้งที่เป็นปอดติดเชื้อแล้วตอนตรวจครั้งแรกมันไม่แสดงอาการอ่ะ
แต่ก็คิดไว้แล้วว่าถ้ามันมองแบบดูถูกอีก จะตอกให้หน้าหงายเลยว่า ต้องรอให้อาการหนักก่อนหมอประกันสังคมถึงจะตรวจให้ใช่มั๊ย
เอิ๊กๆ

แต่โชคดีที่ได้หมอนิสัยดี คิดว่าเค้าคงอ่านประวัติแล้วเจอว่าผึ้งเคยเป็นปอดติดเชื้อมาก่อนแล้วมากกว่า
พอผึ้งมีอาการไข้นิดหน่อย หมอก็ให้ลางาน 2 วันเลย หมอเค้าก็ตรวจคอ วัดไข้ ให้หายใจเข้าลึกๆ (ตรวจปอดป่าว)
และหมอก็แกว่งปากกาแล้วให้ผึ้งมองตามปากกา ก็ไม่เข้าใจหรอกว่าให้ทำไปทำไม แฮ่ๆ
ระหว่างนี้ก็ให้ดูอาการและอย่าออกไปในที่ชุมชลไรงี้
ถ้า 2-3 วันนี้อาการยังไม่ดีขึ้นก็ให้กลับไปหาหมอทันทีเพราะหมอกลัวว่าจะกลับไปเป็นปอดติดเชื้ออีก
และก็ระวังไม่ให้ออกไปที่ชุมชนคนเยอะๆเพราะกลัวว่าจะได้รับเชื้อ 2009 ได้ เหอๆ

แล้ววันนี้พี่ทิพย์โทรมาหาบอกว่าพรุ่งนี้บังคับให้ลาอีก 1 วันเพราะผึ้งยังอาการไม่ดี เจ้านายไม่ค่อยอยากไปทำงานแล้วเอาเชื้อไปฝากทุกคน
(กลัวกรูเป็น 2009 แล้วจะเอาไปแพร่ทุกคนว่างั้น 555)
บวกกับสถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่รู้ออกมาทำงานแล้วขากลับจะมีเหตุการณ์อะไรมั๊ยเพราะออฟฟิศก็อยู่แถว CTW ด้วย
เลยสรุปว่าให้ผึ้งลาอีกพรุ่งนี้ รวมแล้วไม่ต้องไปทำงาน 5 วัน โฮะๆๆๆ
ทีนี้บรรดาญาติๆที่นนท์ฯเป็นห่วงเห็นว่าอยู่คนเดียว ไม่มีใครดูแล เพราะพี่พีทก็ทำงานกลับดึกทุกวัน
เลยให้ผึ้งไปอยู่บ้านพี่ที่นนท์ฯระหว่างที่ป่วยอยู่ จะได้ช่วยกันดูแล
เพราะงี้ผึ้งเลยต้องอพยพตัวเองมาอยู่ที่นนท์ฯ 2-3 วันระหว่างที่ป่วยอยู่ แล้วค่อยกลับห้องตัวเองวันศุกร์
เฮ้อๆๆ เลยลำบากถึงการค้าขายไปด้วย ทำให้ส่งของให้ลูกค้าที่สั่งระหว่างที่ป่วยอยู่นี้ไม่ได้
แต่ก็เนอะ เอาสุขภาพของเราให้หายดีก่อนดีกว่า ไม่อยากให้เป็นหนักหรือเป็นมากกว่านี้
นี่ทุกคนก็อยากให้ไปหาหมออีกรอบนะเนี่ยเพราะผึ้งไม่รู้สึกว่าดีขึ้นเลย เหมือนจะไอและปวดหัวมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
วันนี้มาอัพเรื่องเหน่งรับปริญญาม.รามฯ เมื่อวันที่ 3 มีนาที่ผ่านมา
ช่วงเช้าผึ้งไปทำงานก่อน มาพร้อมชุดสวยที่ถอยออกมาใหม่ทั้งเสื้อและกระโปรง คริๆ

และเหมือนทุกวัน มาถึงออฟฟิศก็ลงไปซื้อลาเต้ร้าน Moo Milk
(หลายวันก่อนผึ้งไปซื้อลาเต้ร้าน Moo Milk แล้วเจ้าของร้านทักว่า "คุณผึ้ง"
อ่ะ ผึ้งก็งงว่ารู้จักชื่อได้ไง แล้วเค้าเฉลยว่ามีอยู่วันนึงเค้าลอง search ชื่อร้าน Moo Milk ของเค้าใน googl e แล้วเจอไดอารี่ผึ้ง เลยได้อ่านนิดหน่อย
อยากบอกว่าเขินมากกก อายมากเลยตอนนั้น รีบบอกไปว่าอย่าอ่านบ่อยนะคะ ผึ้งเขิน 555 แต่ลาเต้อร่อยจริงๆนะ อิอิ)

แล้วตอนบ่ายก็ลางานแป๊บนึงออกไปร่วมแสดงความยินดีกับเหน่งที่ม.รามฯเลย นัดกับคูณและแบงค์ไว้ด้วย


ตอนเห็นกันครั้งแรกก็ตลกดีที่เรา 3 คนดันใส่ลายสก๊อตเหมือนกัน
ผึ้งใส่กระโปรงลายสก๊อต คูณใส่จัมพ์สูทลายสก๊อต แบงค์ใส่เดรสลายสก๊อต 555555

เหน่งคือเพื่อนที่เพิ่งย้ายมารร.เดียวกันตอนสมัยม.ปลายแต่เราไม่เคยอยู่ห้องเดียวกัน ไม่รู้จักกันเลย แค่คุ้นหน้าคุ้นตากัน
แต่มารู้จักและสนิทสนมกันตอนเข้ามหาลัยแล้วดันมาอยู่หอเดียวกันแต่คนละชั้นนั่นแหละ

ก้ได้เจอกับเพื่อนเก่าอีกหลายคน บางคนไม่เคยเจอกันเลยตั้งแต่จบม.ปลาย


แล้วก็เจอรุ่นพี่จากรร.เก่าด้วย แฮ่ๆ
ก็ไม่อะไร ถ่ายรุปลั่นล้ากันไป

แต่อากาศร้อนมากกกกกกกเลย ร้อนโคตรรรร
ชอบรูปนี้ ถ่ายเล่นอยู่คนเดียวแต่ไม่เห็นว่าแบงค์ทำหน้าแอ๊บแบ๊วอยู่ข้างหลัง

พอเห็นแล้วเลยเอาใหม่ ให้น้องออกกล้องด้วย 555

พอถ่ายรูปอะไรกันเสร็จผึ้งก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อเลย เพราะลามาแค่แป๊บเดียว
ระหว่างนั้นก็เขินไง ผึ้งเดินคนเดียวแล้วชอบเขินเพราะรู้ว่าในรามจะมีเด็กใต้เยอะก็อาจจะมีเพื่อนเก่า
หรือรุ่นพี่รุ่นน้องจากรร.เก่าเยอะ เลยจะเขิน เลยกดโทรหาพี่วุฒิให้คุยเป็นเพื่อน 555
ระหว่างที่เดินจนใกล้ถึงพ่อขุนฯ ผึ้งไม่เห็นว่าพื้นมันเป็นหลุม เลยสะดุดล้มนั่งพับเพียบเลยอ่ะ
มือถือที่โทรคุยอยู่ก็กระเด็นจากมือตกพื้นดับไปเลย ผึ้งอายมากกกกกกกก 555
คือตรงนั้นคนเยอะเพราะเค้ามักจะถ่ายรูปตรงลานตรงนั้นชิมิ เค้าก็หันมามองเป้นตาเดียวกัน ฮือๆ
ผึ้งอายแต่ไม่รู้ทำไงเลยต้องรีบลุกขึ้น เดินไปหยิบมือถือ แล้วเปิดเครื่อง
(ดีนะที่เป็น nokia เลยถึกมาก ถ้าเป็น candy มีหวังดับอนาถแล้ว เอิ๊กๆ)
พร้อมทั้งเดินสะบัดตูดออกไปจากที่นั่นโดยไวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันที
นึกแล้วก็ขำ อายก็อายแต่ก็ต้องฝืนทนแกล้งหน้าด้านเหมือนว่าไม่มีไรเกิดขึ้น 5555
ก็เป็นแผลถลอกเลือดซิบที่หัวเข่า เจ็บก็เจ็บแต่ก็ต้องอดทนเดินต่อไปจนถึงท่าเรือเพื่อกลับไปทำงาน ฮือๆ
ผึ้งเหนื่อยมากนะวันนั้น แบบมันทั้งร้อน ทั้งเจ็บแผลที่ล้ม ทั้งเจ็บเท้าเพราะรองเท้าเป็นพื้นไม้ไง ใส่เดินทั้งวันก็เจ็บ
ทรมานมากกกกกกแต่อยากสวย อยากสูงก็ต้องอดทน อิอิ
พอตอนค่ำเลิกงานผึ้งกลับห้องเปลี่ยนจากกระโปรงมาเป็นกางเกงขาสั้นแล้วออกไปฉลองเหน่งรับปริญญาที่ร้าน Relax ต่อเลย

เพื่อนๆมากันหลายคนมาก คุยกันหนุกหนาน ส่วนใหญ่ก็เพื่อนผู้ชายนั่นแหละ
สั่งอาหารกันหลายรอบมาก สงสารเจ้าภาพว่ะ แต่กูก็หิว 555
แล้วซักพักไอ้ลิงจะขอตัวกลับก่อนเพราะมันมีซ้อมรับปริญญาพร่งนี้รอบเช้า ต้องรีบกลับไปนอน เลยแชะรูปเป็นที่ระทึกก่อน

ส่วนใครไม่รีบก็อยู่กินกันต่อ

แต่ดีจัง เพื่อนบางคนผึ้งไม่เคยคุยด้วยเพราะอยู่คนละห้องกันตลอดแต่พอมานั่งโต๊ะเดียวก็ได้คุยด้วยกันทั้งคืน
มีแซวผึ้งด้วยว่าเห็นที่ท่าเรือเกือบทุกเย็นเลยเพระเค้านั่งกินน้ำชาอยู่ร้านของน้าที่อยู่แถวท่าเรือ
จะเรียกผึ้งแล้วแต่ผึ้งรีบเดินทุกวัน เลยเรียกไม่ทัน
(ที่รีบเดินเพราะรู้ไงว่าร้านนั้นมันร้านคนบ้านเดียวกัน กลัวเจอคนรู้จักแล้วจะเขินอีก 555
เพราะหลายครั้งแล้วที่มีคนรู้จักกินน้ำชาอยู่ร้านนั้นแล้วแซวผึ้งง่ะ)
เค้าก็บอกว่าเดี๋ยววันหลังกินหนมจีนด้วยกันนะ 555 จัดไป ได้เสมอ เลี้ยงผึ้งด้วยนะ อิอิ
คืนนั้นกว่าจะได้ร่ำลาแยกย้ายก็เที่ยงคืนแระ เช็คบิลเกือบ 7 พัน เอิ๊กๆ แล้วพวกผุ้ชายไปกินเหล้าต่อที่ห้องเพือนอีกคน ส่วนผึ้งกินฟรีอิ่มแล้วกลับห้องดีกว่า คริๆ

วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า ปวดหัวอ่ะ จะไปพักผ่อนแล้ว คนไข้คนนี้มันดื้อ นอนดึก กินอาหารไม่มีประโยชน์ด้วย
คงต้องพักผ่อนเยอะๆกว่านี้ จะได้หายไวๆ
ฝากร้านด้วยน๊า ถึงจะป่วยแต่ก็ยังเปิดร้านเหมือนเดิมค่ะ สอบถามได้นะ
http://mirashop.plazacool.com/
ปล.
ดูแลด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ดูแลกันทางโทรศัพท์นี่แหละวะ
ทำไงได้ อยู่ไกลกันนี่เนอะ เหอๆ
แต่คนป่วยนี่มีสิ่งนึงที่จะตามมาคือ นอยด์และอ่อนแอนะ ต้องการคนดูแล พอแฟนไม่ได้ดูแลก็จะนอยด์ๆๆๆ
แต่ก็นั่นแหละ อดทนและเข้าใจ งืมๆ
ฟังเพลง เข้ากันดี
Powered by you2play.com